การ รักษาฝ้า เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ หากไม่ปรับ พฤติกรรมที่ทำให้ฝ้ากลับมา บทนี้จะอธิบายถึงสาเหตุและแนวทางป้องกันที่ถูกต้องตามหลักแพทย์ผิวหนัง
การสัมผัสแสงแดดโดยไม่ป้องกัน
หนึ่งใน พฤติกรรมที่ทำให้ฝ้ากลับมาเป็นซ้ำเร็วที่สุด คือการละเลยการทาครีมกันแดด
งานวิจัยจาก American Academy of Dermatology (AAD, 2022) ระบุว่า
“ผู้ที่ไม่ได้ทาครีมกันแดดหลังการรักษา มีโอกาสเกิดฝ้าซ้ำภายใน 3 เดือน มากกว่าผู้ที่ทาเป็นประจำถึง 2 เท่า”
แนวทางแก้ไข:
- ใช้ครีมกันแดดที่มี SPF 50+ PA++++
- ทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมง โดยเฉพาะเมื่ออยู่กลางแจ้ง
- เลือกสูตรที่สามารถป้องกันแสง HEV จากจอมือถือและคอมพิวเตอร์ได้
ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารอันตรายสำหรับ รักษาฝ้า
อีกหนึ่ง พฤติกรรมที่ทำให้ฝ้ากลับมา คือการใช้ครีมที่ไม่ได้มาตรฐาน เช่น มีส่วนผสมของ “ไฮโดรควิโนนเข้มข้น” หรือ “สเตียรอยด์” ซึ่งทำให้ผิวบางลงและไวต่อแสงมากขึ้น
| สารต้องห้าม | ผลกระทบต่อผิว | ทางเลือกที่ปลอดภัย |
| ไฮโดรควิโนนเกิน 4% | ทำให้ผิวไวต่อแดด เกิดรอยดำหลังเลเซอร์ | ใช้สารแทน เช่น Tranexamic Acid, Niacinamide |
| สเตียรอยด์ | ผิวบาง แพ้ง่าย เกิดเส้นเลือดฝอย | ใช้ครีมที่แพทย์ผิวหนังแนะนำ |
| ปรอท / กรดแรง | ทำให้เกิดอาการแพ้สะสม | ตรวจสอบ อย. ทุกครั้งก่อนซื้อ |
แนะนำให้เลือกครีมที่ผ่านการรับรองจากแพทย์ผิวหนัง เช่น ในโปรแกรมรักษาฝ้าของ MedSign Clinic ซึ่งคัดสรรเฉพาะสูตรที่ปลอดภัยและเหมาะกับผิวของแต่ละคน

พฤติกรรมที่ทำให้ฝ้ากลับมาเป็นซ้ำแม้ รักษาฝ้า แล้ว
พักผ่อนไม่เพียงพอ และความเครียดสะสม
ฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) ที่หลั่งออกมาขณะเครียดมีผลกระตุ้นเซลล์สร้างเม็ดสีให้ทำงานมากขึ้น ทำให้ฝ้าเข้มขึ้นและกลับมาเร็ว
แนวทางป้องกัน:
- นอนหลับให้เพียงพอวันละ 6–8 ชั่วโมง
- ลดความเครียดด้วยการออกกำลังกายหรือทำสมาธิ
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อช่วยให้ผิวไม่ขาดความชุ่มชื้น
การละเลยการดูแลหลังทำเลเซอร์
หลังจากรักษาด้วยเลเซอร์หรือทรีตเมนต์ ผิวจะไวต่อแสงและอาจอักเสบได้ง่าย หากไม่ดูแลถูกวิธี ถือเป็น พฤติกรรมที่ทำให้ฝ้ากลับมาเป็นซ้ำโดยตรง
ข้อควรระวังหลังทำเลเซอร์:
- หลีกเลี่ยงแสงแดดอย่างน้อย 7 วัน
- ทาครีมบำรุงที่มีส่วนผสมลดการอักเสบ เช่น Centella Asiatica
- ห้ามขัดหรือสครับผิวแรง ๆ
- ใช้ครีมที่แพทย์สั่งเท่านั้น
งานวิจัยจาก Dermatologic Therapy (2020) พบว่า
“การดูแลผิวหลังการรักษาอย่างต่อเนื่องสามารถลดการกลับมาของฝ้าได้มากกว่า 60%”
ไม่ติดตามผลกับแพทย์อย่างสม่ำเสมอ
หลายคนหยุดรักษาทันทีเมื่อเห็นผลในช่วงแรก แต่ ฝ้าเป็นภาวะเรื้อรัง ที่ต้องได้รับการควบคุมอย่างต่อเนื่อง หากไม่ติดตามผลกับแพทย์ อาจพลาดช่วงเวลาที่ฝ้ากำลังกลับมา
ข้อแนะนำ:
- เข้าพบแพทย์ทุก 4–6 สัปดาห์
- ปรับสูตรหรือวิธีการรักษาให้เหมาะกับสภาพผิว
- ทำทรีตเมนต์ซ้ำเฉพาะจุดตามคำแนะนำแพทย์

เคล็ดลับป้องกันฝ้าไม่ให้กลับมาอีก
เพื่อให้ผลของการรักษาอยู่ได้นาน แพทย์ผิวหนังแนะนำให้ดูแลผิวตามแนวทาง 3 ขั้นตอน
ป้องกัน:
- ทาครีมกันแดดทุกวัน
- หลีกเลี่ยงแสงแดดจัดและความร้อนสูง
บำรุง:
- ใช้ครีมที่มีสารยับยั้งเม็ดสี เช่น Vitamin C, Kojic Acid, Tranexamic Acid
- ดื่มน้ำและทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ
ติดตามผล:
- ทำเลเซอร์ซ้ำทุก 1–2 เดือน (เฉพาะจุดที่ยังมีรอยฝ้า)
- ตรวจสภาพผิวกับแพทย์เพื่อปรับแผนการรักษาอย่างเหมาะสม
หากต้องการคำปรึกษาโดยตรงจากผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษา สามารถติดต่อ MedSign Clinic (เม็ดทรายคลินิก) คลินิกรักษาฝ้าที่ได้รับความไว้วางใจจากคนเชียงใหม่ ด้วยทีมแพทย์เฉพาะทางผิวหนังและเครื่องเลเซอร์มาตรฐานสากล
ทำไมต้องเลือก MedSign Clinic ในการ รักษาฝ้า
MedSign Clinic (เม็ดทรายคลินิก) เป็นคลินิกรักษาผิวที่ให้บริการอย่างครบวงจร จุดเด่นคือ
- แพทย์เฉพาะทางผิวหนังประสบการณ์มากกว่า 10 ปี
- โปรแกรมการรักษาแบบเฉพาะบุคคล (Personalized Melasma Program)
- ใช้เทคโนโลยีเลเซอร์มาตรฐานโลก เช่น PicoSure / Q-Switch / Laser Toning
- ผลิตภัณฑ์และครีมผ่านการรับรองจาก อย.
- มีการติดตามผลอย่างต่อเนื่องจนกว่าผิวจะฟื้นฟูสมบูรณ์
เริ่มต้นการดูแลผิวกับทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ MedSign Clinic เพื่อฟื้นฟูผิวให้กลับมากระจ่างใส ปลอดภัย และมั่นใจได้ในทุกขั้นตอน
สรุป
พฤติกรรมที่ทำให้ฝ้ากลับมาเป็นซ้ำ คือสิ่งที่ควบคุมได้ หากเราปรับพฤติกรรมเล็ก ๆ เช่น การทาครีมกันแดดเป็นประจำ เลือกใช้ครีมที่ปลอดภัย และติดตามผลการรักษากับแพทย์อย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้เห็นผลยาวนานและไม่กลับมาอีก
หากต้องการปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านการรักษาฝ้าอย่างปลอดภัยและตรงจุด
ติดต่อ MedSign Clinic วันนี้ เพื่อรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญโดยตรง